รีวิว แบล็คแจ็คออนไลน์ ทีเด็ดไพ่ BLACKJACK จากเซียน

แบล็คแจ็ค

เกมไพ่ แบล็คแจ็ค (BLACK JACK)

สุดยอดเกมไพ่ออนไลน์ที่ได้ความกระแสความนิยมติด Top ของเว็บคาสิโนออนไลน์ เป็นเกมไพ่ที่เล่นได้ทุกช่วงเวลา ที่เหล่านักพนันออนไลน์นั้นได้ความเห็นตรงกันว่าสามารถทำให้เพลิดเพลินและหารายได้เข้าตัวได้อย่างไม่น้อยเลยทีเดียว และเกมแบล็คแจ็คนั้นเป็นเกมที่จะต้องใช้ไหวพริบและประสบการณ์จากการเล่นอีกด้วย เหมาะสำหรับนักเดิมพันที่ชอบในการท้าทายและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมาก ที่สำคัญยังฝึกสมองและเทคนิคด้านการคำนวณไปในตัวอีกด้วย นอกจากจะต้องคำนวณวางแผนล่วงหน้าแล้วยังมีความท้าทายและตื่นเต้นได้ตลอดเวลา นี่จึงเป็นเสน่ห์ของเกมแบล็คแจ็ค ออนไลน์ตัวนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าหากคุณสนใจที่จะเล่นแบล็คแจ็ค ออนไลน์ล่ะก็ ไปดูกันเลยว่ามันจะน่าสนใจอย่างไร และ เล่นยากหรือไม่กันเลย

 

ค่าของหน้าไพ่แบล็คแจ็ค

 

  1. A มีแต้ม = 1 หรือ 11 แล้วแต่ไพ่ในมือของผู้เล่นในแต่ละสถานการณ์ **ตัวอย่าง หากคุณได้ไพ่ A กับ 2 จะได้ผลรวม = 13 ซึ่งหากจั่วไพ่เพิ่มแล้วได้ไพ่ที่มีแต้ม 9 ขึ้นไป ผลรวมของไพ่จะเกิน 21 ไพ่ A จะกลายเป็นไพ่ 1 แต้มทันที เพื่อไม่ให้ผลรวมเกิน 21 แต้ม

 

  1. ไพ่ 2-10 มีแต้มตามเลขบนหน้าไพ่

 

  1. ไพ่ J ,Q ,K มีแต้ม = 10

 

  1. ถ้าได้แต้มรวมของไพ่เท่ากับ 21 ใน 2 ใบแรก เรียกว่า “แบล็คแจ็ค” ซึ่งจะประกอบด้วยไพ่ A กับ 10, J, Q หรือ K

 

วิธีการเล่น แบล็คแจ็ค

 

  1. เมื่อเข้ามาในระบบ Casino แล้วให้เลือกไปที่เกม แบล็คแจ็ค (BLACKJACK)

 

  1. เลือกห้องแบล็คแจ็คที่มีที่ว่างเพื่อเข้าเล่นเดิมพัน แบล็คแจ็คออนไลน์ ได้ทันที

 

  1. ในทุกห้องผู้เล่นสามารถลงเดิมพันได้ตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึงสูงสุดที่ตาละ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

 

การเดิมพันไพ่แบล็คแจ็คและอัตราการจ่าย

 

  1. เกมจะทำการแจกไพ่ให้ผู้เล่นทุกคนคนละ 2 ใบ ไพ่ของเจ้ามือจะหงาย 1 ใบ คว่ำ 1 ใบ ส่วนไพ่ของผู้เล่นคนอื่นจะหงายทั้ง 2 ใบ ถ้าเจ้ามือมีไพ่ A (Ace ใบที่หงายใบแรก) ผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์ทำหลักประกัน** เพราะเจ้ามือมีโอกาสได้ 21 แต้ม(Blackjack)สูง

 

  1. หลังจากนั้นผู้เล่นจะรวมแต้มไพ่ให้ได้ใกล้เคียง 21 มากที่สุด ในแต่ละรอบผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ ต่อรอบ จนกว่าจะพอใจ แต่ถ้าแต้มไพ่เกิน 21 เมื่อไหร่จะเรียกว่า ‘บอด’ และเสียเงินที่เดิมพันไว้ทันที

 

ส่วนอัตราการจ่ายของไพ่แบล็คแจ็ค คือ 1. ถ้าชนะด้วยแต้มปกติ มีอัตราการจ่ายที่ 1:1

  1. ชนะด้วยแบล็คแจ็ค(ได้ 21 แต้ม) มีอัตราการจ่ายที่ 3:2

 

คำศัพท์แบล็กแจ็ค

 

Blackjack (แบล็กแจ็ค) : การได้แต้มไพ่ 21 แต้มจากไพ่สองใบแรกทันที

Hit : การเรียกไพ่เพิ่ม ให้ได้แต้มใกล้เคียง 21 มากที่สุด

Stand : การพอใจไพ่ที่มีอยู่ ด้วยการไม่เรียกไพ่เพิ่ม

Double down : การลงเงินเดิมพันเพิ่มเป็นอีกเท่าตัว กติกาของแบล็กแจ็คกำหนดให้ผู้เล่นที่เลือกเล่นแบบนี้ จะได้รับไพ่ใบที่ 3 ใบเดียว และนับแต้มที่ตรงนั้นทันที

Split : การที่ผู้เล่นได้ไพ่เหมือนกัน 2 ใบ ในการแจกไพ่ครั้งแรก(2 ใบแรก) เช่น ได้ไพ่ 9 สองใบ เจ้ามือจะถามว่าต้องการจะ Split หรือไม่ ถ้าผู้เล่นเลือกทำ Split ไพ่ทั้ง 2 ใบจะแยกเป็น 2 กองและจะได้รับไพ่เพิ่ม 2 ใบ เพื่อนำไปรวมกับไพ่ทั้ง 2 กอง อย่างละ 1 ใบ เท่ากับตานั้นผู้เล่นคนนั้นจะได้ลุ้นไพ่ที่เดียวสองกอง

Surrender : คือการหมอบ และยอมเสียเงินที่วางเดิมพันไว้ครึ่งหนึ่ง ทำได้เมื่อได้รับไพ่ 2 ใบแรกแล้วเท่านั้น

Insurance : เมื่อเจ้ามือมีไพ่ Ace (ไพ่ที่หงาย 1 ใบ ในการแจกไพ่ครั้งแรก) ผู้เล่นจะมีสิทธิ์ที่จะ ทำประกัน เอาไว้ด้วยลงเงินเดิมพันอีกครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน ถ้าเจ้ามือได้แบล็คแจ็ค(21 แต้ม) ผู้เล่นที่ทำหลักประกันเอาไว้ก็จะได้รับเงินรางวัลที่มีอัตราการจ่ายเงินที่ 2:1 แต่ถ้าเจ้ามือไม่ได้แบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะเสียเงินที่ทำหลักประกันไว้ทั้งหมด

 

เล่นแบล็คแจ็ค แบบเซียนพนัน

  1. เริ่มต้นการเล่นแบล็คแจ็ค จะมีทีมงาน หรือ ดีลเลอร์เป็นผู้แจกแจงไพ่ทั้ง 2 ใบให้กับนักเดิมพัน เกมนี้นั้นจะยึดหลักในการนับแต้ม ซึ่งถ้าหากคุณมีแต้มที่ใกล้เคียงกับ 21 แต้ม คุณก็จะชนะไปทันที แต่ถ้าหากคุณแต้มไม่ถึงก็ล่ะก็จะต้องเปิดไพ่วัดกันว่า นักเดิมพันคนไหนที่ใกล้กับแต้ม 21 มากที่สุด
  2. การจั่วไพ่ การจั่วไพ่หรือการเรียกไพ่เพิ่ม ถ้าหากแต้มที่คุณได้จากไพ่ทั้งสองใบแล้วมันน้อยเกินไป ก็สามารถเรียกไพ่เพิ่มได้เรื่อยๆ จนกว่าคุณจะพอใจ  คำศัพท์ในการขอเรียกไพ่เพิ่มขึ้นแบบนี้นั้นจะเรียกว่า Stand  ข้อดีของเกมนี้นั้นสามารถเรียกไพ่ได้เรื่อยๆ ก็จริง แต่ข้อเสียนั้นก็จะอยู่ที่ว่า ถ้าหากคุณเรียกไปมากเกินไป คุณอาจจะไม่ได้แต้มที่คุณต้องการ และจะแพ้ได้ในที่สุด
  3. การได้แบล็คแจ็ค การได้แบล็คแจ็คคืออะไร  คือการได้ไพ่ 2 ใบแรกจากดีลเลอร์ที่จะต้องได้แต้มอยู่ที่ 21 แต้มเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าเป็นแบล็คแจ็ค และถ้าหากว่าเป็นการได้จากไพ่ที่ขอเรียกเพิ่มนั้นก็จะถือว่าไม่ใช่การได้แบล็คแจ็ค ซึ่งถ้าหากคุณได้แบล็คแจ็คก็สามารถรับรางวัลได้สูงถึง 1.5 เท่าไปเลย
  4. เทคนิคการแยกไพ่แบล็คแจ็ค เทคนิคนี้จะต้องมีประสบการณ์ระดับหนึ่งถึงจะใช้ได้กันเลยทีเดียวเพราะว่าเทคนิคนี้มีความเสี่ยงสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นก็คือ การแยกไพ่จากที่ได้รับจากดีลเลอร์และเพิ่มเงินเดิมพัน หรือ แยกเป็น 2 ขานั่นเอง มันจะทำให้คุณสามารถลุ้นเงินรางวัลได้มากขึ้น แต่ถ้าหากคุณได้ไพ่ในการแยกไพ่แบล็คแจ็คและได้แบล็คแจ็คขึ้นมานั้นก็จะถือเป็นโฆษะทันที
  5. เทคนิคการเดิมพัน 2 เท่า เทคนิคนี้เป็นการเดิมพันที่ต่อยอดจากการแยกไพ่ ซึ่งไพ่ที่ถูกแยกนั้นจะสามารถวางเงินเดิมพันได้มากขึ้นอีกด้วย แต่ว่าจะมีเงื่อนไขในการเดิมพันอีกนิดหน่อยนั่นก็คือ คุณสามารถเรียกไพ่จากทางดีลเลอร์ได้เพียงแค่ 1 ใบเท่านั้น
  6. เทคนิคการประกันไพ่ เป็นเทคนิคในรูปแบบใหม่ที่จะทำให้นักเดิมพันนั้นได้มีการประเมินไพ่ของทางดีลเลอร์ว่าไพ่ใบแรกของทางดีลเลอร์มีแต้มที่ดีหือไม่ เป็นไพ่ที่มีโอกาสจะเป็นแบล็คแจ็คได้หรือไม่ โดยสามารถวางเงินเดิมพันเป็นเงินประกันไพ่ได้ แต่จะสามารถลงเดิมพันพันได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันเท่านั้น

 

เกมแบล็คแจ็คนั้นถึงจะมีเทคนิคที่ดีเทศขนาดไหน แต่ทุกๆ เทคนิคก็ย่อมมีข้อดีและข้อเสียไปในตัว ซึ่งคุณสามารถนำข้อดีและข้อเสียต่างๆ พวกนี้ไปปรับปรุงได้ แน่นอนว่าคุณไม่ต้องไปหาประสบการณ์ผิดๆ ถูกๆ เอง เทคนิคพวกนี้จะช่วยคุณได้เยอะขึ้นมากเป็นเท่าตัวในการลงเดิมพันเสี่ยงโชค เกมแบล็คแจ็คนั้นเป็นเกมที่จะต้องใช้ความคิดและไหวพริบเป็นอย่างมาก ถ้าหากคุณชอบความท้าทายและการคำนวณแบบนี้ ก็สามารถเข้ามาเล่นเกมแบล็คแจ็คออนไลน์ได้ทันที